11 ทิปและเทคนิคการใช้งาน Instagram ให้เต็มความสามารถ

Instagram หรือที่ใครหลายๆ คนมักจะเรียกว่า IG (ไอจี) เป็นอีกหนึ่งโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เน้นการอัพโหลดรูปภาพและวิดีโอ และได้รับความนิยมในสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง, นักฟุตบอล, ดารา ก็มักจะมีไอจีเป็นของตัวเอง

Instagram นั้นโด่งดังจนทาง Facebook ของมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ได้มาเข้าซื้อกิจการไปดูแล และหลังจากนั้นก็มีการพัฒนาและปรับปรุง เพิ่มฟีเจอร์มาเรื่อยๆ วันนี้เราจะมาแนะนำทิปและเทคนิคการใช้งาน Instagram ให้เต็มความสามารถ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

 

1.โพสรูปแนวตั้งหรือแนวนอนบ้าง

หากใครที่เคยสัมผัสหรือเคยเล่นมาก่อน ก็จะรู้ว่าสามารถโพสรูปภาพและวิดีโอได้แค่รูปแบบเดียว ซึ่งก็คือรูปแบบสี่เหลี่ยมจตุรัส อัตราส่วน 1:1 เท่านั้น ไม่ว่าจะอัพโหลดรูปภาพจากแนวตั้งหรือแนวนอน ก็จะโดนครอปตัดรายละเอียดบางส่วนออกไป ซึ่งแต่ก่อนนั้นก็จะมีแอพพลิเคชั่นสำหรับใส่ขอบรูปภาพเพื่อโพสบนไอจีกันเลยทีเดียว

แต่ต่อมาก็ได้มีการปรับปรุงสามารถเลือกอัพโหลดรูปภาพในรูปแบบต้นฉบับได้ โดยการอัพโหลดรูปภาพจะทำการพรีวิวให้เป็นแบบ 1:1 อัตโนมัติ และเลือกแตะที่มุมซ้ายของรูปภาพ เพื่อทำการเลือกการโพสรูปภาพตามต้นฉบับ ซึ่งจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็ขึ้นอยู่กับรูปภาพที่เราเลือกมาแล้ว หรือหากไม่พอใจก็ยังสามารถใช้เครื่องมือปรับหมุน Rotate กันในนั้นได้

 

2. ตกแต่งรูปภาพด้วยเครื่องมือและฟิลเตอร์ภายในแอพพลิเคชั่น

 

หากใครที่ไม่ชอบการลงแอพพลิเคชั่นตกแต่งรูปภาพเพิ่มเติม ใน Instagram ก็มีเครื่องมือและฟิลเตอร์ต่างๆ มาให้ใช้งานกันพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งในการโพสต์ ก็เพียงแค่เลือกรูปภาพ เลือกฟิลเตอร์หรือตกแต่งด้วยการใช้เครื่องมือต่างๆ มาตกแต่งภาพ ไม่ว่าจะเป็นการครอป, หมุน เพิ่ม-ลดแสง, เพิ่ม-ลดเงา, เฟด, เฉดสี, ไฮไลท์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยไม่ต้องออกจากแอพพลิเคชั่นเลย

 

3. แชร์รูปภาพและวิดีโอในครั้งเดียว

ก่อนหน้านี้เราจะต้องเลือกว่าจะโพสรูปภาพหรือวิดีโอในหนึ่งโพส ซึ่งทาง Instagram ก็ได้มีการอัพเดตและเพิ่มฟีเจอร์ Multiple Photos and Videos เข้ามา ทำให้สามารถอัพโหลดรูปภาพและวิดีโอพร้อมกันในโพสเดียวได้แล้ว

ซึ่งสามารถจัดเรียงลำดับรูปภาพและวิดีโอได้ รวมถึงการตกแต่งรูปภาพและวิดีโอด้วยฟิลเตอร์ได้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่ารูปภาพที่โพสขึ้นไปนั้น จะเป็นอัตราส่วน 1:1 เท่านั้น

สำหรับการดู ก็จะแสดงจุดเล็กๆ ด้านล่างภายใต้รูปภาพหรือวิดีโอ จะสามารถเลื่อนดูได้ และจะมีไอค่อน Multiple แสดงในหน้า Profile เช่นกัน ถ้าเห็นแบบนี้ ก็สามารถเลื่อนดูรูปภาพหรือวิดีโอเพิ่มเติมจากรูปแรกได้

 

4. ซูมดูรูปภาพและวิดีโอ

เมื่อปลายปีที่แล้ว มีการอัพเดตเวอร์ชั่นและเปิดฟีเจอร์ซูม ทำให้เราสามารถซูมดูรูปภาพหรือวิดีโอด้วยการใช้ 2 นิ้วขยายรูปภาพออก หรือที่หลายๆคนรู้จักในคำว่า Pinch Zoom เพียงแต่การซูมนี้จะต้องใช้นิ้วทำค้างไว้ เมื่อปล่อยรูปภาพและวิดีโอก็จะกลับมาปกติเหมือนเดิม

 

5. บอกเล่าเรื่องราวผ่าน Stories

Stories เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของเราให้กับเพื่อน นอกจากนี้ยังสามารถติดตามเรื่องราวของเพื่อนหรือบุคคลที่เราติดตามในอีกรูปแบบนึง โดย Stories นี้จะเน้นการบอกเล่าสิ่งที่พบเจอในแต่ละวันและจะหายไปหลังจากครบ 24 ชั่วโมงแบบอัตโนมัติ

 

6. ใช้ร่วมกับ Boomerang

Boomerang เป็นแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Instagram ที่จะต้องทำการติดตั้งเพิ่ม โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะให้คุณสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบเด้งไปเด้งมาด้วยการถ่ายรูปต่อเนื่อง 10 รูป และนำมาเรียงต่อกันในเวลาไม่เกิน 6 วินาที ซึ่งสามารถนำมาโพสต์ต่อได้ในทันที หรือจะนำไปแชร์ต่อที่อื่นก็ได้ รูปภาพที่ได้จากการบันทึกใน Boomerang นั้นจะถูกเก็บลงในเครื่องทันที

 

7. รวมรูปภาพด้วย Layout

เป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นเสริมของ Instagram และต้องติดตั้งเพิ่มเติมเช่นกัน โดยจะเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับรวมรูปภาพหลายรูป มาอยู่ในรูปเดียว ซึ่งแอพพลิเคชั่น Layout นี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เพียงแค่เลือกรูปภาพที่ต้องการรวม จากนั้นก็เลือกเลย์เอาท์ และทำการปรับขยายช่องได้ตามใจชอบ และมีฟีเจอร์ที่ทำให้รูปกลับด้าน (Mirror) และสลับด้าน (Flip) มาให้ใช้งานตกแต่งรูปภาพของคุณเพิ่มเติมอีกด้วย และเมื่อทำการบันทึกเสร็จก็สามารถเลือกแชร์ไปยัง Instagram, Facebook หรือที่อื่นๆ ได้เลย

 

8. ไลฟ์สดบน Instagram Stories

ในปีที่ผ่านการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook นั้นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพราะใครก็สามารถถ่ายทอดสดได้จาก Facebook สู่ Instagram ก็สามารถถ่ายทอดสดได้แล้ว โดยการถ่ายทอดสดนี้จะผ่านบน Stories สามารถถ่ายทอดสดได้นาน 1 ชั่วโมง เพื่อนๆ ที่เข้ามาดูสามารถคอมเมนท์ และคุณสามารถปักหมุดคอมเมนท์ได้อีกด้วย (อารมณ์คล้ายกับ Facebook Live) และถ้าเป็นเพื่อนๆ จะมองเห็นสัญลักษณ์ Live ในแถบ Stories ใต้รูปโปรไฟล์ และสามารถเห็นจากหน้า Explore ได้เช่นกัน

 

9. บันทึกโพสไว้มาดูภายหลัง

Instagram อนุญาตให้บันทึกโพสรูปภาพหรือวิดีโอของเพื่อนหรือบุคคลที่เราติดตามได้ และเราสามารถกลับมาดูในภายหลังได้ หรือบางท่านอาจจะชอบรูปภาพนั้น ก็สามารถบันทึกไว้แล้วย้อนกลับมาดูเมื่อไรก็ได้

สำหรับวิธีใช้งานบันทึกโพส ก็เพียงแค่ไปยังโพสที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่มไอค่อนบุ๊คมาร์คด้านขวาใต้โพส เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปดูโพสที่บันทึกไว้ได้จากหน้า Profile ของเรา แตะเข้าไปที่ไอค่อนบุ๊คมาร์ค จะเห็นโพสต่างๆ ที่เราทำการบันทึกไว้ ซึ่งตรงนี้หากเราไม่ลบออก ก็จะเก็บไว้ตลอด

 

10. ใช้แฮชแท็กอีโมจิ

ในช่วงแรกที่มีการใช้งานแฮชแท็ก (#) นั้นจะรองรับแค่ตัวอักษร, ตัวเลข เท่านั้น แต่เมื่อกลางปี 2015 ก็มีการอัพเดตให้รองรับการใช้งานแฮชแท็กกับอีโมจิ ซึ่งในหน้าค้นหาก็จะสามารถค้นหาจากแฮชแท็กอีโมจิต่างๆ ได้เช่นกัน ดังนั้นเวลาเราโพสก็สามารถใส่แฮชแท็กเป็นอีโมจิไปได้เลย จะทำให้มีการค้นหามาถึงรูปเราเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

11. ส่งข้อความลับให้เพื่อน เมื่อเปิดอ่านแล้วข้อความจะหายไป

สำหรับใครที่อยากจะส่งข้อความส่วนตัวไปหาเพื่อน และต้องการให้ข้อความนั้นหายไปหลังจากเปิดอ่าน ก็สามารถทำได้ ซึ่งเรียกฟีเจอร์นี้ว่า Disappearing photos and videos โดยเราจะสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้กับทั้งรูปภาพและวิดีโอ

สำหรับการส่ง Disappearing photos and videos นี้ จะสามารถส่งหาเพื่อนที่ Follow คุณได้ไม่ว่าจะเป็นบัญชี Public หรือ Private ซึ่งจะส่งแบบเดี่ยวหรือส่งเข้าแบบกลุ่มก็ได้ ซึ่งมีการเพิ่มเมนูลัดที่หน้าจอหลักไว้ที่มุมบนซ้ายและขวาของหน้าจอ ไอค่อนรูปกล้องสามารถถ่ายเซลฟี่ได้เลย มุมขวานั้นเป็นการเข้าไป Direct เพื่อดูข้อความต่างๆ และถ้ามีข้อความเข้ามาก็จะมีการแจ้งเตือนที่มุมขวาของหน้าจอด้วย

Instagram ถือเป็นอีกหนึ่งโซเชียลเน็ตเวิร์คที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการใช้งานไม่มากก็น้อย หากใครที่ยังไม่เคยใช้งานก็ลองไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันดูนะ ซึ่งมีรองรับบน Android, iOS และ Windows Phone

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น







Source link

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY